บุหรี่ไฟฟ้า ยิ่งสูบยิ่งอันตราย

ในปี 2559 ประเทศไทยต้องสูญเสียประชากรมากถึง 52,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 142 คน จากพิษภัยที่มากับบุหรี่ ซึ่งเปรียบเทียบการสูญเสียประชากรจำนวน 6 คน ภายในเวลาเพียง 60 นาที แม้สังคมจะร่วมรณรงค์กิจกรรมที่สร้างความตระหนักในการงดสูบบุหรี่ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคสมัยปัจจุบันก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่หันไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนการสูบบุหรี่แบบมวนหรือการสูบยาเส้น

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะแพทยศาสตร์จาก 3 สถาบัน ทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้จัด การประชุมวิชาการร่วมคณะแพทย์ศาสตร์ร่วมสถาบัน พ.ศ.2560 : จุฬาฯ-รามาฯ-ศิริราชฯ (JCMS 2017) ขึ้น โดยมีหัวข้อบุหรี่ไฟฟ้ากับเยาวชนไทยเป็นหนึ่งในประเด็นสุขภาพที่ถูกหยิบขึ้นมาถก เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อเท็จจริงและองค์ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ นิสิตนักศึกษา บุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ รวมถึงประชาชนที่สนใจเข้าร่วม
โดย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ รองคณะบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยสถานการณ์การบริโภคยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนไทยว่า แม้ช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมาจะมีจำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลงในช่วงกลุ่มวัยต่างๆ แต่ในทางกลับกันพบว่าเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีจำนวนการใช้บุหรี่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าสถานการณ์การเข้าถึงและบริโภคยาสูบของเยาวชนไทยยังค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะปัจจุบันยังมีคนไทยสูบบุหรี่เฉลี่ย 11 ล้านคน เทียบเท่ากับมีคน 1 คนที่สูบบุหรี่จากคนจำนวน 6 คนทั้งนี้ ในปี 2558 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคบุหรี่กับเยาวชนไทยที่อายุระหว่าง 13-15 ปี จากการสุ่มตัวอย่าง 30 โรงเรียน ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน มีจำนวนนักเรียนร่วมตอบแบบสอบถามกว่า 2 พันคน พบข้อมูลว่า เยาวชนในช่วงอายุดังกล่าวสูบบุหรี่ถึงร้อยละ 11.3 แบ่งเป็นเพศชายร้อยละ 17.2 และเพศหญิงร้อยละ 5.2 และเยาวชนกว่าร้อยละ 3.3 เข้าถึงการใช้บุหรี่ไฟฟ้า อีกทั้งยังเคยทดลองสูบบารากู่มาก่อนหน้านี้ด้วย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth