เตือนสงกรานต์ ระวังผู้สูงอายุ-คนไม่ได้กลับบ้าน เกิดอาการ “เหงาเฉียบพลัน”

กรมสุขภาพจิต เตือน เทศกาลสงกรานต์เสี่ยงเกิดภาวะเหงาเฉียบพลัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือคนที่ไม่ได้กลับบ้าน แนะอย่าเปรียบเทียบกับครอบครัวอื่น

นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เตือนในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข สนุกสนานรื่นเริง อบอุ่น ความสุขที่ได้พบปะพร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่มีคนส่วนหนึ่ง ที่ไม่มีโอกาสได้กลับบ้าน เกิดภาวะที่เรียกว่า “ความเหงาเฉียบพลัน” (Acute loneliness) โดยจะมีอาการความรู้สึกโดดเดี่ยว น้อยใจ หงุดหงิด นอนไม่หลับ เศร้า รู้สึกว่าตนเองไม่มีความสำคัญ ไม่มีใครคิดถึง ไม่มีใครรัก อาการนี้เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ลูกหลานไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน เป็นกลุ่มเสี่ยงเกิดสูงที่สุด

จากงานวิจัย พบว่า ในผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้น จะเผชิญกับสถานการณ์ความเหงาเฉียบพลันได้ 1 ใน 10 คน หากอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป จะพบได้สูงถึง 1 ใน 2 คน ซึ่งพิษภัยของความเหงา หากปล่อยไปจะกลายเป็น ความเหงาเรื้อรัง (Chronic loneliness) เป็นจุดเริ่มต้นของโรคซึมเศร้า และเป็นปัจจัยเสี่ยงการเจ็บป่วยทางจิตใจที่ส่งผลเกิดโรคทางกายหลายโรค เช่น ความดันโลหิตสูง ภูมิต้านทานต่ำลง การนอนผิดปกติ ติดเหล้า โรคอ้วน การตายก่อนวัยอันควร จึงไม่ควรมองข้าม

คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุที่ลูกหลานไม่กลับบ้าน หรือ ผู้ที่ต้องทำงานในช่วงเทศกาล

เข้าใจความจำเป็นที่ครอบครัวไม่สามารถกลับมาเยี่ยมในช่วงสงกรานต์
ไม่เปรียบเทียบกับครอบครัวอื่น
พยายามอย่าอยู่คนเดียวหรือคิดหมกมุ่น น้อยใจ
ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบหรือเข้าร่วมกิจกรรมวันสงกรานต์ของชุมชน จะช่วยให้คลายความเหงาได้
อย่างไรตาม วิถีชีวิตของคนไทยยังไม่ห่างไกลจากครอบครัว โดยเฉพาะเทศกาลสำคัญอย่าง “สงกรานต์” ที่ลูกหลานซึ่งไปทำงานต่างถิ่น มักหาโอกาสกลับบ้านเพื่อไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างน้อยปีละครั้ง โดยสำรวจของ กรุงเทพโพลล์ เรื่อง “สงกรานต์แบบไหนคนไทยนิยม 2018” กลุ่มตัวอย่าง 1,203 คน กับคำถามที่ว่า อยากให้สงกรานต์ปีนี้เป็นแบบไหน ? ก็ยังพบว่า

อันกับ 1 หรือ ร้อยละ 73.8 อยากให้มีการรณรงค์ รดน้ำดำหัวผู้ในครอบครัวผู้สูงอายุ

ร้อยละ 67.2 ทำบุญในแบบชาวพุทธ สรงน้ำพระ ประเพณีก่อเจดีย์ทราย

ร้อยละ 56.5 จัดสถานที่และกิจกรรมแบบไทยโบราณย้อยยุค ใส่ชุดไทยร่วมงาม

ขอบคุณข้อมูล จาก sanook.com