ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ด

ไร่องุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวในอำเภอหัวหินที่มอบประสบการณ์ความพิเศษไม่เหมือนใครท่ามกลางบรรยากาศแห่งขุนเขาที่โอบล้อม ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ดนี้ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกองุ่น 200 ไร่ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงามแห่งเถาองุ่นสำหรับทำไวน์หลากหลายสายพันธุ์ อาทิเช่น โคลอมบาร์ด เชอนินบลองก์ ชีราซ บรูเนลโล และพันธุ์อื่นๆ รวม 20 สายพันธุ์ องุ่นเหล่านี้สามารถนำ มาผลิตไวน์ในรสชาติที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์ในตัวเอง สำหรับใครที่อยากชิมไวน์หรือทำไวน์เทสติ้ง ต้องแวะที่ The Sala ที่ไม่เพียงเป็นร้านอาหารกึ่งเอาท์ดอร์ เสิร์ฟอาหารนานาชาติทั้งไทยและตะวันตกแล้ว ยังมีห้องจำหน่ายไวน์ซึ่งผลิตขึ้นจากองุ่นของที่นี่ ส่วนใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติ แนะนำให้ใช้บริการ นั่งช้างชมไร่องุ่น ซึ่งมีบริการเป็นรอบ รอบละ 15 นาที โดยช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นตอนแดดร่มลมตกซึ่ง อากาศไม่ร้อนจัดมากจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปลูกต้นองุ่น ตัดองุ่น เพื่อให้ทุกคนในครอบครัว ได้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนาน
more

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

อาคารแบบยุโรปสีขาวที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่านหลังนี้ คือสถานที่บรรจุสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน เดิมทีที่นี่คือ “หอคำ” อันเป็นที่ประทับและว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2475 และใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างเป็นที่จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบนนั้น จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่างๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยมีวัตถุโบราณที่น่าดูน่าชมอย่างยิ่ง ได้แก่
more

อาสนวิหารพระหฤทัย

ที่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2474 โดยบาทหลวงจอร์จ มีราแบล ร่วมกับพระสงฆ์ชาวไทยชื่อคุณพ่อนิโคลัส ร่วมกันสร้างวัดน้อยขึ้นหลังหนึ่งเป็นเรือนไม้หลังย่อม เพื่อให้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวคริสต์ ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ หลังจากนั้นก็ได้มีการบูรณะเรื่อยมา จนปัจจุบันกลายเป็นโบสถ์ก่ออิฐถือปูน more

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช. หรือ NSM) รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2543 พร้อมมอบความรู้ให้กับทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน โดยประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่ อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มหาราชินี อาคารหลักรูปทรงลูกบาศก์ 3 ลูกเชื่อมติดกันทั้งหมด 6 ชั้น บนพื้นที่จัดแสดงประมาณ 10,000 ตารางเมตร more

วังยะหริ่ง

วังยะหริ่ง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 42 ถึงอำเภอยะหริ่ง ระยะทาง 20 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในซอยพิพิธราษฎร์บำรุง สร้างโดยพระยาพิพิธเสนามาตฯ เมื่อ พ.ศ.2438 มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลักษณะสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างไทย มุสลิม จีน และยุโรป ตัวอาคาร เป็นลักษณะสองชั้น โดยชั้นล่างเป็นลานโล่งใต้ถุนสูง ส่วนชั้นบน แบ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ และห้องพักของเจ้าเมืองและบุตรธิดา ช่องรับแสงประดับด้วยกระจกสีสด ช่องระบายอากาศ หน้าจั่วทำด้วยไม้ฉลุลวดลายงดงาม จุดเด่นของบ้าน คือ บันไดโค้งแบบยุโรป บริเวณโดยรอบวังแวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ร่มรื่น อายุกว่า 100 ปี ปัจจุบันวังยะหริ่งยังคงเป็นที่พักอาศัยของทายาท ซึ่งเป็นผู้ดูแลวังเป็นอย่างดี การเข้าชมวังสามารถติดต่อขออนุญาตได้ที่ทายาทเจ้าของวัง
/ขอบคุณ ททท

ชายทะเลเขาหลัก

ชายหาดที่มีการเติบโตและได้รับความนิยมสูงสุดของจังหวัดพังงา ด้วยเป็นชายทะเลที่เลื่องลือในเรื่องบรรยากาศสงบ น้ำทะเลยังคงความบริสุทธิ์ หาดทรายกินอาณาบริเวณกว้าง และบางจุดยังมีก้อนหินน้อยใหญ่วางระเกะระกะ ทำให้เกิดภาพที่มีมิติสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศของชายทะเลเขาหลักจึงอบอวลด้วยอารมณ์ของการพักผ่อน ยามเย็นคุณจะพบชาวบ้านและนักท่องเที่ยวพากันออกมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ชมอาทิตย์ลับฟ้าเหนือผืนทะเล นอกจากนี้ตลอดแนวชายหาดยังเต็มไปด้วยรีสอร์ทหรูและโรงแรมมีระดับ ซึ่งสร้างสรรค์บรรยากาศให้กลมกลืน กับชายทะเล ร่มรื่นด้วยต้นสน ทิวมะพร้าวริมชายหาด และเมื่อมาถึงชายทะเลเขาหลักแล้ว อย่าลืมแวะ สักการะศาลเจ้าพ่อเขาหลัก อันเป็นที่เคารพบูชาของคนท้องถิ่น และเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าคุณได้เดินทางมาเยือน ชายทะเลเขาหลักแล้ว สำหรับฤดูกาลของที่นี่ มีเพียง 2 ฤดู คือคือฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคมซึ่งมีฝนตกชุก
more

วัดไทยวัฒนาราม

หากอยากชื่นชมความงดงามของวัดไทยใหญ่ ต้องมาชมความสวยงามของวัดแห่งนี้ ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2400 โดยนายมุ้ง ชาวพม่าจากรัฐฉานที่อพยพครอบครัวมาอาศัยอยู่ในอำเภอแม่สอด และเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านแม่ตาว ที่ต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า หมื่นอาจคำแหงหาญ ครั้นในปี พ.ศ.2500 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้วัดนี้เป็นวัดพระพุทธศาสนา สังกัดกรมศาสนา more